1111

หน้าแรก | สมุดเยี่ยม | วารสารปัญญา | บทความ |กระดานเสวน | ห้องรวมศิษย์ ล้านนา.| ติดต่อเรา .

     เมืองเชียงตุง-เมืองลา ที่ผมไปเห็นมา


เมืองเชียงตุง
-
เมืองลา  ที่ผมไปเห็นมา (7)

                เวลา  16.00  น.  คณะของพวกเราชาว  มมร   ทัวร์  ก็เดินทางถึงที่พักชื่อ แฮร์รี่  เกสท เฮาส์  แต่เขาขึ้นป้ายเป็นภาษาอังกฤษว่า  Harry’s  Trekking  House & Adventures  Tours  สรุปแล้ว เป็น  เกสเฮาส์  ทีตึก  2  ชั้น  2  หลัง  มีเรือนไม้ชั้นเดียว  3  หลัง  ห้องนอนที่อยู่บนตึกจะมีอุปกรณ์พร้อมทุกอย่าง  ตู้เย็น  ทีวี  น้ำอุ่น มีทั้งเตียงเดียวและเตียงคู่  ส่วนเรือนไม้ทั้ง 3 หลัง  มีอุปกรณ์ไม่ครบ   มีเตียง+ผ้าห่ม+หมอน และห้องน้ำมีฝักบัวเท่านั้น   มีเทียนสองเล่มพร้อมไม้ขีด  ผู้เขียนเลือกเรือนไม้เพราะจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตที่แท้จริงของเมืองเชียงตุง  เมื่อเก็บสัมภาระแล้ว  คณะของเรามีโปรแกรมไปเลี้ยงอาหารเด็กนักเรียนที่ศูนย์ฝึกอบรมของรัฐบาลพม่า  ที่นำเด็กยากจน  มาเรียนรวมกันทั้งเด็กชายและเด็กหญิง  โดยใช้ระบบทหาร  เป็นโรงเรียนกินนอน  คล้ายโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ของไทยเรามีนักเรียนประมาณ  200  คน

หน้าแฮร์รี่ เกสท์ เฮาช ที่คณะเราพัก

                เวลา 17.00 น. คณะของเราไปถึงโรงเรียนฝึกอบรมเด็กอยู่ติดกับวัดเจดีย์หนองผา  ห่างจากโรงแรมที่พักประมาณ  800 เมตร  ครูใหญ่อายุประมาณ  50  ปี  ออกมาต้อนรับเขาเป็นคนพม่าโดยตรง   พูดไทยก็ไม่ได้ อังกฤษก็ไม่เป็น  จึงให้ไกด์ทัวร์เป็นล่ามแปลทุกประโยค   เขาเชิญคณะของเราเข้าห้องประชุม  พร้อมเด็กนักเรียนทุกคนเรียกว่า ศาลาจะถูกต้องกว่า  ครูใหญ่แจ้งว่า วันนี้ตอนเช้า( 2  เม.ย. 51) มีการบวชส่างลอง  เด็กนักเรียนชาย   ถ้าเป็นเมืองไทยก็เป็นการบวชภาคฤดูร้อน  และมีนักเรียนส่วนหนึ่งขอลากลับบ้าน  จึงเหลือนักเรียนที่อยู่ปัจจุบันนี้  140  คน  เขาจัดนักเรียนที่บวชเณรนั่งอยู่ด้านหน้าสุด  ครูใหญ่กล่าวต้อนรับพวกเราเป็นภาษาพม่า  ท่าทางเรียบเฉย  ไม่ยิ้มแต่กระแอมบ่อย ๆ  หลังจากนั้นท่านรองอธิการบดี วิทยาเขตล้านนา  พระราชพิศาลมุนี  ก็กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการมาเลี้ยงอาหารเด็ก ๆ  และมอบของใช้ที่คณะเตรียมมาจากเมืองไทยให้แก่ครูใหญ่เพื่อนำไปประกอบการเรียนการสอน  ส่วนเด็กนักเรียนมอบเงินให้คนละ  20 บาท  จากการรวบรวมของคณะทัวร์เรา  ครูใหญ่กล่าวขอบคุณและมอบใบประกาศ  น่าจะเรียกว่าใบอนุโมทนา  มากกว่า  สามเณรบวชใหม่น่ารักมากลุกนั่งยอง ๆ (ท่าหลวงพ่อคูณ)  ให้พรแก่คณะเราเสียงสนั่นห้องประชุม  คณาจารย์เจ้าหน้าที่อมยิ้มอิ่มบุญไปตาม ๆ  กัน ออกจากห้องประชุมไปโรงอาหารเลี้ยงอาหารเย็น  คณะของเราช่วยกันตักข้าวเสริฟร์ วันนี้อาหรเย็นประกอบด้วย  แกงฮังแล  ต้มจืด และไก่ทอด  เด็กนักเรียนบอกว่าอาหารวันนี้ดีที่สุดตั้งแต่มาอยู่โรงเรียนแห่งนี้   ผู้เขียนออกจากโรงอาหารมาสนทนากับครูใหญ่ร่วมกับท่านรองอธิการบดี  สนทนากันหลายเรื่องผ่านไกด์แปลให้  ไม่ค่อยออกรสออกชาติเท่าไหร่ ประโยคสุดท้าย  ก่อนจากเราถามครูใหญ่ว่า  โรงเรียนแห่งนี้ชื่อว่าอะไร   ครูใหญ่คิดนานพอสมควร  ก็ตอบคณะเราไม่ได้และได้ขอตัวไปหาเอกสารว่า โรงเรียนชื่ออะไรเป็นเรื่องแปลกพอสมควรที่ครูใหญ่ไม่รู้จักชื่อโรงเรียนของตนเอง  ครูใหญ่กลับมาอีกครั้งพร้อมเอกสารชื่อโรงเรียนซึ่งก็ยาวจริง ๆ ดังนี้    National    Races  in  Border  Areas  Youth  Development   Training  School  Kyaing  Tong   ผมจึงแปลให้สั้นคือ  โรงเรียนฝึกหัดและพัฒนาชนเผ่าชายแดน เมืองเชียงตุง

 
 
 

                    คณะทัศนศึกษาของเรา  มาถึงวัดมหาเมียตมุนี  มีเจ้าคณะภาคของเมืองเชียงตุงมาให้การต้อนรับ พระคุณเจ้าท่านให้ความเป็นกันเองแก่คณะของเรามาก   คณะของเราได้ถวายเครื่องไทยธรรมและปัจจัยจำนวนหนึ่ง ท่านแจกเหรียญให้คณะของเราคนละหนึ่งเหรียญ   เป็นครั้งแรกที่คณะของเราได้รับแจกวัตถุมงคลจากคณะสงฆ์เมืองเชียงตุง  วัดแห่งนี้เป็นสถานศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกธรรมและบาลีโดยมีมูลนิธิหลวงพ่อวัดปากน้ำให้การสนับสนุน  สิ่งปลูกสร้างใหม่ในปัจจุบันได้แหล่งทุนมาจากประเทศไทย  เป็นส่วนมาก  คณะของเราทานอาหารเย็นที่วัดแห่งนี้ โดยการประสานงานทำอาหารไว้ก่อนแล้ว  หลังจากทานอาหารเย็นแล้วมีเยาวชนจากหมู่บ้านต่าง ๆ  ประมาณ  หมู่บ้าน  มาแสดงการฟ้อนรำและวัฒนธรรมต่าง ๆ  ให้ชม  การแสดงของเยาวชนแต่ละชุด ได้สะท้อนถึงวัฒนธรรมประเพณีและวิถีชีวิตที่ผสมผสานหลากหลายเชื้อชาติ  มีทั้ง ไตเขิน   ไตใหญ่   ไทยล้านนา  และลาว  โดยสะท้อนออกมาจากบทเพลงและดนตรีอย่างได้อารมณ์  แต่แปลกที่ไม่มีกลิ่นไอของวัฒนธรรมที่เป็นพม่าเลย  เป็นการตอกย้ำถึงความจริงในประวัติศาสตร์ที่เมืองเชียงตุงเป็นส่วนหนึ่งของล้านนาไทย   ถ้าเราได้ศึกษาจากประวัติศาสตร์ในพงศาวดารเมืองเชียงตุง พ.ศ. 1776  และพงศาวดารโยนก  พ.ศ.  1802  กล่าวว่า  พระยามังราย ได้ส่งมังคุ้ม และมังเคียน ไปครองเมืองเชียงตุง  และต่อมาท่านทั้งสองเสียชีวิต  พระยามังรายก็ได้ทรงสั่งให้ เจ้าน้ำท่วมพระราชนัดดาไปครองเมืองเชียงตุงในปี พ.ศ. 1786  ต่อมาในสมัยพระยาผายู  กษัตริย์ผู้ครองเมืองเชียงใหม่ ได้ส่งโอรสของตนคือ  เจ้าเจ็ดพันตู ไปครองเมืองเชียงตุง พระองค์ได้ทรงพัฒนาเมืองเชียงตุงในทุกด้าน จนเกิดความเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างยิ่ง  ที่สำคัญที่สุดพระองค์ได้ทรงนำวัฒนธรรมและประเพณีจากล้านนาไทยไปเผยแผ่อย่างกว้างขวาง  จึงทำให้วิถีชีวิตวัฒนธรรมประเพณีของเมืองเชียงตุงมีความผสมผสานของวัฒนธรรมล้านนาอย่างลงตัว  และสะท้อนออกมาให้ผู้ชมได้ฉุกคิด  ดังเช่นผู้เขียนเป็นต้น  คืนนี้คณะของเราอิ่มเอมทั้งกาย(อาหารอันเลิศรส)และใจจากการถ่ายทอดของกลุ่มเยาวชน   ผู้สืบเชื้อสายวัฒนธรรมประเพณีล้านนาไทย  นี่แหละคือความเหมือนทีแตกต่างบนเส้นทางที่ยากจะลืมเลือน  คณะของเรากลับถึงโรงแรมที่พักประมาณ  21.30  น. แล้วแยกย้ายเข้าพัก  เพื่อเก็บแรงไว้ ตามหารากเหง้าของชาวล้านนาต่อไป

 
การแสดงของเยาวชนที่เชียงตุง
 
<<กลับ | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | ถัดไป>>

กลับขึ้นด้านบน

 

 
มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตล้านนา
103 วัดเจดีย์หลวง ถ.พระปกเกล้า ต.พระสิงห์
อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200
โทร. 0-5327-0975-6, โทรสาร 0-5381-4752

MAHAMAKUT  BUDDHIST  UNIVERSITY; LANNA CAMPUS
103  Wat Jedeeluang Phrasingha Muang Chiang Mai 50200
TEL. 0-5327-0975-6,  FAX. 0-5381-4752
Contact us : mbulnc@gmail.com , asksak@hotmail.com