|
เมืองเชียงตุง
- เมืองลา
ที่ผมไปเห็นมา (7)
เวลา 16.00 น. คณะของพวกเราชาว มมร ทัวร์
ก็เดินทางถึงที่พักชื่อ แฮร์รี่ เกสท เฮาส์ แต่เขาขึ้นป้ายเป็นภาษาอังกฤษว่า
Harrys Trekking House &
Adventures Tours
สรุปแล้ว เป็น เกสเฮาส์ ทีตึก 2 ชั้น 2 หลัง
มีเรือนไม้ชั้นเดียว 3 หลัง ห้องนอนที่อยู่บนตึกจะมีอุปกรณ์พร้อมทุกอย่าง
ตู้เย็น ทีวี น้ำอุ่น มีทั้งเตียงเดียวและเตียงคู่ ส่วนเรือนไม้ทั้ง 3 หลัง
มีอุปกรณ์ไม่ครบ มีเตียง+ผ้าห่ม+หมอน และห้องน้ำมีฝักบัวเท่านั้น
มีเทียนสองเล่มพร้อมไม้ขีด
ผู้เขียนเลือกเรือนไม้เพราะจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตที่แท้จริงของเมืองเชียงตุง
เมื่อเก็บสัมภาระแล้ว
คณะของเรามีโปรแกรมไปเลี้ยงอาหารเด็กนักเรียนที่ศูนย์ฝึกอบรมของรัฐบาลพม่า
ที่นำเด็กยากจน มาเรียนรวมกันทั้งเด็กชายและเด็กหญิง โดยใช้ระบบทหาร
เป็นโรงเรียนกินนอน คล้ายโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ของไทยเรามีนักเรียนประมาณ 200
คน
 |
|
หน้าแฮร์รี่ เกสท์ เฮาช ที่คณะเราพัก |
เวลา 17.00 น.
คณะของเราไปถึงโรงเรียนฝึกอบรมเด็กอยู่ติดกับวัดเจดีย์หนองผา
ห่างจากโรงแรมที่พักประมาณ 800 เมตร ครูใหญ่อายุประมาณ 50 ปี
ออกมาต้อนรับเขาเป็นคนพม่าโดยตรง พูดไทยก็ไม่ได้ อังกฤษก็ไม่เป็น
จึงให้ไกด์ทัวร์เป็นล่ามแปลทุกประโยค เขาเชิญคณะของเราเข้าห้องประชุม
พร้อมเด็กนักเรียนทุกคนเรียกว่า ศาลาจะถูกต้องกว่า ครูใหญ่แจ้งว่า วันนี้ตอนเช้า(
2 เม.ย. 51) มีการบวชส่างลอง เด็กนักเรียนชาย
ถ้าเป็นเมืองไทยก็เป็นการบวชภาคฤดูร้อน และมีนักเรียนส่วนหนึ่งขอลากลับบ้าน
จึงเหลือนักเรียนที่อยู่ปัจจุบันนี้ 140 คน
เขาจัดนักเรียนที่บวชเณรนั่งอยู่ด้านหน้าสุด
ครูใหญ่กล่าวต้อนรับพวกเราเป็นภาษาพม่า ท่าทางเรียบเฉย ไม่ยิ้มแต่กระแอมบ่อย ๆ
หลังจากนั้นท่านรองอธิการบดี วิทยาเขตล้านนา พระราชพิศาลมุนี
ก็กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการมาเลี้ยงอาหารเด็ก ๆ
และมอบของใช้ที่คณะเตรียมมาจากเมืองไทยให้แก่ครูใหญ่เพื่อนำไปประกอบการเรียนการสอน
ส่วนเด็กนักเรียนมอบเงินให้คนละ 20 บาท จากการรวบรวมของคณะทัวร์เรา
ครูใหญ่กล่าวขอบคุณและมอบใบประกาศ น่าจะเรียกว่าใบอนุโมทนา มากกว่า
สามเณรบวชใหม่น่ารักมากลุกนั่งยอง ๆ (ท่าหลวงพ่อคูณ)
ให้พรแก่คณะเราเสียงสนั่นห้องประชุม คณาจารย์เจ้าหน้าที่อมยิ้มอิ่มบุญไปตาม ๆ กัน
ออกจากห้องประชุมไปโรงอาหารเลี้ยงอาหารเย็น คณะของเราช่วยกันตักข้าวเสริฟร์
วันนี้อาหรเย็นประกอบด้วย แกงฮังแล ต้มจืด และไก่ทอด
เด็กนักเรียนบอกว่าอาหารวันนี้ดีที่สุดตั้งแต่มาอยู่โรงเรียนแห่งนี้
ผู้เขียนออกจากโรงอาหารมาสนทนากับครูใหญ่ร่วมกับท่านรองอธิการบดี
สนทนากันหลายเรื่องผ่านไกด์แปลให้ ไม่ค่อยออกรสออกชาติเท่าไหร่ ประโยคสุดท้าย
ก่อนจากเราถามครูใหญ่ว่า โรงเรียนแห่งนี้ชื่อว่าอะไร ครูใหญ่คิดนานพอสมควร
ก็ตอบคณะเราไม่ได้และได้ขอตัวไปหาเอกสารว่า
โรงเรียนชื่ออะไรเป็นเรื่องแปลกพอสมควรที่ครูใหญ่ไม่รู้จักชื่อโรงเรียนของตนเอง
ครูใหญ่กลับมาอีกครั้งพร้อมเอกสารชื่อโรงเรียนซึ่งก็ยาวจริง ๆ ดังนี้
National Races in Border Areas Youth
Development Training School Kyaing Tong
ผมจึงแปลให้สั้นคือ
โรงเรียนฝึกหัดและพัฒนาชนเผ่าชายแดน เมืองเชียงตุง
คณะทัศนศึกษาของเรา มาถึงวัดมหาเมียตมุนี
มีเจ้าคณะภาคของเมืองเชียงตุงมาให้การต้อนรับ
พระคุณเจ้าท่านให้ความเป็นกันเองแก่คณะของเรามาก
คณะของเราได้ถวายเครื่องไทยธรรมและปัจจัยจำนวนหนึ่ง
ท่านแจกเหรียญให้คณะของเราคนละหนึ่งเหรียญ
เป็นครั้งแรกที่คณะของเราได้รับแจกวัตถุมงคลจากคณะสงฆ์เมืองเชียงตุง
วัดแห่งนี้เป็นสถานศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกธรรมและบาลีโดยมีมูลนิธิหลวงพ่อวัดปากน้ำให้การสนับสนุน
สิ่งปลูกสร้างใหม่ในปัจจุบันได้แหล่งทุนมาจากประเทศไทย เป็นส่วนมาก
คณะของเราทานอาหารเย็นที่วัดแห่งนี้ โดยการประสานงานทำอาหารไว้ก่อนแล้ว
หลังจากทานอาหารเย็นแล้วมีเยาวชนจากหมู่บ้านต่าง ๆ ประมาณ
4
หมู่บ้าน
มาแสดงการฟ้อนรำและวัฒนธรรมต่าง ๆ ให้ชม การแสดงของเยาวชนแต่ละชุด
ได้สะท้อนถึงวัฒนธรรมประเพณีและวิถีชีวิตที่ผสมผสานหลากหลายเชื้อชาติ มีทั้ง
ไตเขิน ไตใหญ่ ไทยล้านนา และลาว
โดยสะท้อนออกมาจากบทเพลงและดนตรีอย่างได้อารมณ์
แต่แปลกที่ไม่มีกลิ่นไอของวัฒนธรรมที่เป็นพม่าเลย
เป็นการตอกย้ำถึงความจริงในประวัติศาสตร์ที่เมืองเชียงตุงเป็นส่วนหนึ่งของล้านนาไทย
ถ้าเราได้ศึกษาจากประวัติศาสตร์ในพงศาวดารเมืองเชียงตุง พ.ศ.
1776
และพงศาวดารโยนก
พ.ศ. 1802
กล่าวว่า พระยามังราย
ได้ส่งมังคุ้ม และมังเคียน ไปครองเมืองเชียงตุง และต่อมาท่านทั้งสองเสียชีวิต พระยามังรายก็ได้ทรงสั่งให้
เจ้าน้ำท่วมพระราชนัดดาไปครองเมืองเชียงตุงในปี พ.ศ.
1786
ต่อมาในสมัยพระยาผายู
กษัตริย์ผู้ครองเมืองเชียงใหม่ ได้ส่งโอรสของตนคือ เจ้าเจ็ดพันตู
ไปครองเมืองเชียงตุง พระองค์ได้ทรงพัฒนาเมืองเชียงตุงในทุกด้าน
จนเกิดความเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างยิ่ง
ที่สำคัญที่สุดพระองค์ได้ทรงนำวัฒนธรรมและประเพณีจากล้านนาไทยไปเผยแผ่อย่างกว้างขวาง
จึงทำให้วิถีชีวิตวัฒนธรรมประเพณีของเมืองเชียงตุงมีความผสมผสานของวัฒนธรรมล้านนาอย่างลงตัว
และสะท้อนออกมาให้ผู้ชมได้ฉุกคิด ดังเช่นผู้เขียนเป็นต้น
คืนนี้คณะของเราอิ่มเอมทั้งกาย(อาหารอันเลิศรส)และใจจากการถ่ายทอดของกลุ่มเยาวชน
ผู้สืบเชื้อสายวัฒนธรรมประเพณีล้านนาไทย
นี่แหละคือความเหมือนทีแตกต่างบนเส้นทางที่ยากจะลืมเลือน
คณะของเรากลับถึงโรงแรมที่พักประมาณ
21.30 น.
แล้วแยกย้ายเข้าพัก เพื่อเก็บแรงไว้ ตามหารากเหง้าของชาวล้านนาต่อไป
 |
| |
 |
|
การแสดงของเยาวชนที่เชียงตุง |
|