1111

หน้าแรก | สมุดเยี่ยม | วารสารปัญญา | บทความ |กระดานเสวน | ห้องรวมศิษย์ ล้านนา.| ติดต่อเรา .

     เมืองเชียงตุง-เมืองลา ที่ผมไปเห็นมา


เมืองเชียงตุง - เมืองลา  ที่ผมไปเห็นมา
โดย ผศ.เขียน วันทนียตระกูล

*******

                การนำคณะคณาจารย์และเจ้าหน้าที่ไปทัศนศึกษาดูงานต่างประเทศในครั้งนี้  ถือเป็นการเดินทางไปต่างประเทศของบุคลากรวิทยาเขตล้านนาเป็นครั้งที่  2   หลังจากที่เคยนำบุคลากรไปศึกษาดูงานที่ประเทศเวียดนามร่วมกับนักศึกษาปริญญาโท  เมื่อปี  2548

                โครงการพัฒนาบุคลากรที่ข้าพเจ้า (ผู้ช่วยศาสตราจารย์เขียน วันทนียตระกูล) เป็นหัวหน้า ได้จัดกิจกรรมการประชุมสัมมนาเป็นประจำทุกปีในหลาย ๆ รูปแบบและตามความเหมาะสมของงบประมาณและช่วงเวลา การจัดทัศนศึกษาดูงานในครั้งนี้ก็ถือว่า เป็นอีกรูปแบบหนึ่งในการพัฒนาบุคลากร  ซึ่งโครงการได้ตั้งวัตถุประสงค์เพื่อให้บุคลากรได้ไปพักผ่อนหย่อนใจ ในช่วงปิดเทอม  เพื่อจะได้นำความเหมือนที่แตกต่าง ที่ได้ไปพบเห็นมานำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเหมาะสม และการปลูกฝังทัศนคติ  ค่านิยม   อุดมการณ์ที่ดีต่อองค์การ  เพื่อเป้าหมายในการปฏิบัติงานร่วมกันอย่างมีความสุข

                ข้าพเจ้าต้องขอขอบคุณท่านอาจารย์แสน   อาจหาญ  นักศึกษาปริญญาโท  สาขาการจัดการศึกษา  มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย  วิทยาเขตล้านนา  ที่เป็นผู้จุดประกายความคิดในการไปทัศนศึกษาดูงานที่เมืองเชียงตุงในครั้งนี้  กล่าวคือข้าพเจ้าเป็นอาจารย์ผู้บรรยายรายวิชาทฤษฎีพื้นฐานทางการศึกษา  สาขาการจัดการศึกษา  ได้มอบหมายให้นักศึกษาได้มีส่วนร่วมในการนำเสนองานในชั้นเรียน  ซึ่งนักศึกษาแต่ละท่านได้นำเสนอชิ้นงาน ได้อย่างยอดเยี่ยมทุกท่านแต่ข้าพเจ้ามาสดุดใจตรงชิ้นงานของ  อาจารย์แสน  อาจหาญ   ที่นำเสนอชิ้นงาน การศึกษาของเด็กไทยเขินเมืองเชียงตุง  เกิดความประทับใจและอยากเห็นสภาพจริง  จึงได้ทำโครงการทัศนศึกษาเมืองเชียงตุงขึ้น   โดยข้าพเจ้าได้ขอความร่วมมือกับท่านอาจารย์พระมหาวีรศักดิ์  สุรเมธี (ผาลา)  อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย  วิทยาเขตล้านนา   ช่วยประสานงานกับอาจารย์แสน  อาจหาญ  เราเริ่มต้นโดยการศึกษาสภาพการเดินทางความเป็นอยู่   เอกสารและพาหนะในการนำคณะเข้าไปในเมืองเชียงตุง  โดยเฉพาะเรื่องสถานศึกษาที่เราจะขอเข้าไปดูงานท่านอาจารย์พระมหาวีรศักดิ์  สุรเมธี  ได้เข้าไปสำรวจและประสานงานกับทัวร์นำเที่ยว เมืองเชียงตุงได้ไปติดต่อขอเข้าไปศึกษาดูงานในมหาวิทยาลัยแห่งเมืองเชียงตุง  แต่ได้รับการปฏิเสธ  อันเนื่องมาจากความแตกต่างในการปกครองประเทศ เพราะประเทศพม่าเป็นประเทศที่ปกครองโดยระบบสังคมนิยม  จึงไม่อยากให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปรู้เห็นการให้การศึกษาแก่เยาวชนของเขาเพราะอาจจะวิพากษ์วิจารณ์ในทางใดทางหนึ่งก็ได้    ข้าพเจ้าได้ทราบภายหลังว่า  ทางการพม่าได้เรียกตัวบริษัทไปสอบสวนถึงเบื้องหน้าเบื้องหลังในการขอเข้าศึกษาดูงานในครั้งนี้ด้วย

                เมื่อการประสานงานบรรลุผล ข้าพเจ้าจึงได้จัดทำกำหนดการทัศนศึกษาเมืองเชียงตุง – เมืองลาขึ้น  และได้ประชุมบุคลากรเพื่อสำรวจจำนวนที่สามารถเดินทางไปได้   เมื่อประชุมชี้แจงสำรวจได้รายชื่อประมาณ  90%  จึงนำเสนอคณะกรรมการบริหารประจำวิทยาเขตล้านนา  พิจารณาอนุมัติโครงการ  โดยคณะกรรมการบริหารประจำวิทยาเขตเห็นชอบให้นำรายชื่อบุคลากรที่จะไปทัศนศึกษาเมืองเชียงตุง  เสนออธิการบดีเพื่ออนุมัติให้บุคลากรไปศึกษาดูงานต่างประเทศตามลำดับ   จนกระทั่งได้รับการอนุมัติจากอธิการบดี   การดำเนินการด้านเอกสารผ่านแดนจึงเกิดขึ้น  คณะเจ้าหน้าที่วิทยาเขตล้านนาจึงได้เดินทางไปดำเนินการด้านเอกสารที่อำเภอแม่สาย ก่อนการเดินทาง  1  อาทิตย์  เพื่อเตรียมความพร้อม  หนังสือผ่านแดนชั่วคราว (Temporary Border pass)   ต้องใช้เอกสารดังนี้
                                1.  สำเนาหนังสือสุทธิ (สำหรับพระภิกษุสามเณร)
                                2.  สำเนาบัตรประชาชน/ทะเบียนบ้าน (สำหรับคฤหัสถ์)
                                3.  รูปถ่ายขนาด  2  นิ้ว  จำนวน 
     3   ใบ
                                4.  ค่าธรรมเนียมผ่านแดน
                                                4.1   พระภิกษุ 
        300  บาท
                                                4.2   คฤหัสถ์           650  บาท

            ข้อควรระวัง   หนังสือสุทธิของพระที่เป็นแบบเก่าและทะเบียนบ้านแบบเก่าจะไม่มีเลขประจำตัว  13 หลัก หรือเลขบัตรประชาชนจึงมักมีปัญหา ในการทำหนังสือขอผ่านแดนเป็นอย่างยิ่ง

            คณะของพวกเรา  ได้กำหนดเดินทางวันที่  1 – 3  เมษายน  2551 เมื่อดำเนินการด้านเอกสารเรียบร้อยทุกคน  ก็พร้อมเดินทางการเตรียมตัวไปทัศนศึกษาครั้งนี้เป็นไปแบบเรียบง่าย  เพราะไปศึกษาดูงานของเมืองที่ด้อยพัฒนากว่าประเทศไทยเรา(เขาว่าประมาณ  50  ปี)   เพราะฉะนั้นการแต่งกายจึงไม่ต้องพิถีพิถันมาก  บางคนตื่นเต้นมาก  บางคนตื่นน้อย  สำหรับผู้เขียน ตื่นเต้นนิด ๆ  เพราะแต่ละท่านก็ยังไม่เคยไปจึงได้จินตนาการไปต่างๆ  นาๆ

วันที่  1  เมษายน  2551
                เวลา   05.00 น.        บุคลากร   คณาจารย์และเจ้าหน้าที่ ทั้งหมด  37 รูป/คน   พระ  9  รูป  คฤหัสถ์  28   คน   พร้อมกันที่มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย  วิทยาเขตล้านนา   รถทัวร์ของบริษัทจงเจริญทัวร์มาสายเป็นเวลา  05.30  น.ซึ่งกำหนดการเดิมเราจะออกเดินทาง  05.00  น.ตรง   ก่อนออกเดินทางผู้เขียนได้สอบถามพนักงานขับรถบริษัทว่า  เคยเดินทางเข้าไปหรือไม่  ได้รับคำตอบจากพนักงานขับรถว่า  วิ่งทัวร์เมืองเชียงตุง
– เมืองลาเป็นประจำ  และพึ่งกลับมาไม่กี่วันนี้เอง  ถนนหนทางไปมาสะดวก  จึงทำให้หายความวิตกกังวลลงบ้าง  แต่ก็ยังมองไม่เห็นภาพจึงยังคงความวิตกกังวลอยู่นิด ๆ  เกี่ยวกับเส้นทางและความปลอดภัย

                เวลา  07.00  น.   รถวิ่งถึงน้ำพุร้อนแม่ขะจาน  คณะของเราจะแวะทานอาหารเช้าที่นี้   ปรากฏว่า  สถานที่ไม่ค่อยเหมาะสม  เพราะเราได้เตรียมอาหารกล่องไว้แล้ว  จึงได้เดินทางต่อไปทานอาหารกล่องที่ปั้มน้ำมัน ปตท.  ซึ่งห่างจากจุดน้ำพุร้อนไปประมาณ  3  กิโลเมตร  เราใช้เวลาพักทานอาหารตรงนี้ประมาณ  20  นาที

                เวลา  10.00  น.  ถึงอำเภอแม่สาย  เจ้าหน้าที่ของเราอันประกอบด้วย  พระมหาวีรศักดิ์   สุรเมธี   คุณอารีย์  พานทอง   และอาจารย์แสน   อาจหาญ  ได้ประสานงานเกี่ยวกับเอกสารการเดินทางที่ด่าน ต.ม.  แม่สาย   ส่วนคณะของพวกเราได้แวะทานอาหารกลางวันที่ร้านแม่สาย  เป็นอาหารบุฟเฟ่  อาหารมีหลากหลายชนิด  คณะของพวกเราได้เตือนกันเล่น ๆ ว่า  ไม่ควรทานอาหารประเภทยำ  หรือมีรสแซบมาก  เพราะท้องจะเสีย  เมื่อข้ามฝั่งประเทศพม่าแล้ว  จะไม่มีห้องน้ำเข้าจะต้องแวะกลางทาง ข้างถนน  พวกผู้หญิงจำลำบากมาก ถ้าจะเข้าห้องน้ำในฝั่งพม่าจะมีที่ด่านตรวจเท่านั้น  และก็ไม่สะอาดห้องน้ำผู้หญิงเขาจะขุดหลุมลึกประมาณ  2-3 เมตร   แล้วใช้ท่อนไม้พาด  2  ท่อน ให้คนขึ้นไปนั่งบนท่อนไม้นั้น  ถ้าตั้งท่าไม่ดี เผลอ ๆอาจตกส้วมพม่าก็ได้  ส่วนห้องน้ำชายจะใช้กระบอกไม้ไผ่ เป็นที่ปัสสาวะ   จึงทำให้อาหารประเภทยำและส้มตำไม่มีใครแตะเลย

                เอกสารของคณะเรามีปัญหาอยู่  3  ท่าน  เป็นพระ  2  รูป  และคฤหัสถ์  1  ท่าน  พอข้าพเจ้าได้รับแจ้งเช่นนั้นก็เกิดความวิตกกังวลขึ้นมาทันที  ถ้า  3  ท่าน ที่เอกสารมีปัญหาไม่สามารถข้ามไปฝั่งพม่าได้จะทำอย่างไร  จึงได้สอบถามก็รู้ว่า  เอกสารหนังสือสุทธิของพระสงฆ์แบบเก่าไม่มีเลขบัตรประชาชน จึงไม่สามารถตรวจได้  เจ้าหน้าที่ไม่ยอมให้ผ่าน  ส่วนคฤหัสถ์อีกหนึ่งท่านลืมบัตรประชาชน  ต้องให้พระไปยืนยัน  และขอความร่วมมือจึงตกลงให้ผ่าน เรื่องนี้ต้องยกเครดิตให้กับอาจารย์พระมหาวีรศักดิ์  สุรเมธี  ผู้เชี่ยวชาญเมืองเชียงตุง  เพราะทุกด่านท่านอาจารย์มหาจะต้องลงไปเคลียร์และก็ผ่านทุกด่าน    

                ความวิตกกังวลของผู้เขียนตอนนั้น บอกตรง ๆ ว่าไม่ค่อยมั่นใจในฝั่งพม่า  ขนาดเจ้าหน้าที่ของไทยเราแท้ ๆ  พูดกันรู้เรื่องยังมีปัญหา  ถ้าเป็นฝั่งพม่าที่พูดกันไม่รู้เรื่องจะทำอย่างไร  ความวิตกกังวลนั้นอยู่ในใจตลอดการเดินทาง  ในที่สุดพวกเราก็ได้หนังสือผ่านแดนชั่วคราวกันทุกคน

                 เวลา 11.30  น.  รถทัวร์ของพวกเราก็มาจอดอยู่หน้าด่านสะพานท่าขี้เหล็กฝั่งไทย   อาจารย์มหาวีรศักดิ์  สุรเมธี  ลงไปยืนเอกสารผ่านแดนเพื่อเข้าประเทศพม่า  ค่าผ่านแดนสำหรับพระสงฆ์   300  บาท  คฤหัสถ์  650  บาท  ใช้เวลาประมาณ   15  นาที  หลังจากนั้น รถทัวร์ของพวกเราก็เคลื่อนเข้าไปจอดในดินแดนพม่า  ตรงกึ่งกลางสะพานแม่น้ำสาย และเปลี่ยนไปใช้ถนนเลนขวามือทันที   อาจารย์พระมหาวีรศักดิ์  สุรเมธี เจ้าเดิมยื่นเอกสารผ่านแดนต่อเจ้าหน้าที่พม่า  ใช้เวลาประมาณ  15  นาที  รวมทั้งสองจุด  ประมาณ  30  นาที   โดยผู้โดยสารทุกคนอยู่บนรถตลอดเวลา  (บางท่านบ่นว่าขั้นตอนยุ่งยากกลับไปเที่ยวเมืองไทยดีกว่า)  คนพม่าชอบเคี่ยวหมาก   เหมือนคนแก่แถวชนบทบ้านของผู้เขียน  เมื่อ  40  ปี  ที่แล้ว   นี้หรือคือความล้าหลังที่คนเราพูดว่า  40-50  ปี  ที่ประตูด่านตรวจเอกสารพม่าจึงมีป้าย ประกาศว่า  “ห้ามบ้วนน้ำหมากบริเวณนี้”

                เมื่อดำเนินการตรวจเอกสารเสร็จ  รถของพวกเราก็เคลื่อนเข้าสู่ประเทศพม่าทันที  ถนนในฝั่งพม่าจะวิ่งกันเลนขวาตรงข้ามกับประเทศไทย  เพราะเขาเคยเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษจึงใช้ระบบการวิ่งรถแบบอังกฤษ    คณะทัวร์ของพวกเราได้แวะรับไกด์ทัวร์ฝั่งพม่า  2  ท่าน  เป็นชาวพม่า  พูดไทยได้  1 คน  อีกคนพูดอังกฤษ  คนที่พูดอังกฤษรูปหล่อสูงยาวขาวดี  ทำให้คณะทัวร์ของเรามีสีสันขึ้นมาทันที  โดยเฉพาะสาว ๆ   แต่คณะทัวร์ของพวกเราเริ่มผิดหวัง  เพราะไกด์ 2  ท่าน  พูดไม่เก่ง  แต่ยิ้มเก่ง  ได้แต่นั่งยิ้มผู้เขียนเห็นไม่ได้การจึงสะกิดให้ท่านอาจารย์แสน  อาจหาญ  เป็นไกด์แทน  คอยบอกเส้นทางถึงไหนและเล่าเรื่องเมืองเชียงตุง  เมืองลา  พวกเราชาวคณะทัวร์จึงได้ความรู้เรื่องเมืองเชียงตุงผ่านอาจารย์แสน  อาจหาญ  นั้นเอง

                เวลา  12.00  น.  ห่างจากท่าขี้เหล็กมาเล็กน้อย  ก็ถึงด่านตรวจเอกสาร ด่านแรก(ด่านท่าขี้เหล็ก  Tachileik Toll  Gate, Hong  pang)  เจ้าหน้าที่ประเทศพม่าจะมีความแตกต่างจากไทยเรามาก   จะเคี้ยวหมากแทบทุกคน ส่วนมากจะเป็นทหาร  แต่งตัวเติมยศ   แต่ใส่รองเท้าเตะเป็นจริงตามที่เคยได้ยินมา  ไม่ยิ้มและมองผู้โดยสารเหมือนไม่ใช่มิตร  ผู้เขียนคิดในใจเราได้มาเจอศัตรูตัวจริงแล้ว  หลังจากที่กรุงศรีอยุธยาถูกเผาโดยฝีมือของทหารพม่า  คนไทยเราจึงมองพม่าเป็นศัตรู จึงมีเรื่องเล่าว่า  คนพม่าถูกคนไทยเราถีบตกเครื่องบินก็เพราะแค้นที่กรุงศรีอยุธยาถูกเผา  ความรู้สึกของผู้เขียนที่เห็นกิริยาอาการของทหารพม่าตอนนี้ก็เป็นเช่นนั้น

 
<<กลับ | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | ถัดไป>>

กลับขึ้นด้านบน

 

 
มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตล้านนา
103 วัดเจดีย์หลวง ถ.พระปกเกล้า ต.พระสิงห์
อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200
โทร. 0-5327-0975-6, โทรสาร 0-5381-4752

MAHAMAKUT  BUDDHIST  UNIVERSITY; LANNA CAMPUS
103  Wat Jedeeluang Phrasingha Muang Chiang Mai 50200
TEL. 0-5327-0975-6,  FAX. 0-5381-4752
Contact us : mbulnc@gmail.com , asksak@hotmail.com